Skip to main content

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยจี้หนานแห่งชาติ

s

มหาวิทยาลัยจี้หนาน (NCNU) ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 ที่เมืองปู้หลี่ เทศมณฑลหนานโถว ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของไต้หวัน ด้วยพันธกิจในการเผยแพร่วัฒนธรรมจีนสู่ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้และประชาคมโลก มุมานะสร้างบุคลากรชั้นนำที่มีทักษะรอบด้าน หยั่งรากอย่างมั่นคงในไต้หวัน และมีวิสัยทัศน์กว้างไกลระดับนานาชาติ เป็นมหาวิทยาลัยที่บูรณาการความชำนาญทุกด้านตั้งแต่ มนุษยศาสตร์ การบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ไปจนถึงการศึกษา

ศาสตราจารย์ซูอวี้หลง อธิการบดี NCNU เป็นผู้นำหน่วยงานด้านการศึกษาวิจัย การบริหารจัดการ และการเรียนการสอนถึง 20 หน่วยงานทั่วมหาวิทยาลัย รวมทั้งผลักดันให้คณาจารย์เกือบ 700 ท่าน ผนึกกำลังเพื่อสร้าง NCNU ให้เป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์งานวิจัยและการเรียนการสอนชั้นนำในพื้นที่ตอนกลางของไต้หวัน สร้างผลงานที่โดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล ละเอียดลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยศักยภาพ ในแต่ละปี นักเรียนจำนวนกว่า 6,000 คนเลือกเข้าเรียนที่ NCNU ซึ่งมีหลักสูตรปริญญาตรี 20 สาขา ปริญญาโท 26 สาขา และปริญญาเอก 15 สาขา ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ และฟูมฟักอุดมการณ์ในการใช้ชีวิตแก่นักศึกษา ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา นักศึกษากว่า 20,000 คนที่จบการศึกษาจากที่นี่ ได้เดินทางสู่ที่ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อต่อยอดศักยภาพของตนเอง

พื้นที่ชุมชนโดยรอบ NCNU เป็นการผสมผสานระหว่างหมู่บ้านชนบท ชุมชนเมือง กับพื้นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชนเผ่าพื้นเมือง เกิดเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความลึกซึ้ง ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบสุริยันจันทรา ถนนหลวงซินจงเหิง ภูเขาเหอหวนซาน รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่ง ทำให้เกิดการริเริ่มพัฒนาโครงการด้านการศึกษารูปแบบใหม่ที่ผสานรวมหลากหลายสาขาวิชา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสังคม ทั้งยังสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นในการ สร้างรากฐานที่มั่นคงด้วยบุคลากรคุณภาพ แสวงหาโอกาสและความร่วมมือระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

s

อนุรักษ์เพื่อความยั่งยืน

NCNU ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของปู้หลี่ โอบล้อมด้วยเทือกเขาทางตอนกลางของไต้หวัน ภูเขาเหอหวนซาน และภูเขาเสวี่ยซาน กว่าร้อยละ 88 ของพื้นที่มหาวิทยาลัย 150 เฮกตาร์ เชื่อมต่อกับพื้นที่ราบลุ่มสีเขียวที่มีความสูงลดหลั่น เป็นแหล่งอนุรักษ์ต้นสนไต้หวันและพืชพรรณกว่า 113 สายพันธุ์ รวมจำนวนกว่า 12,000 ต้น ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี มีดอกซากุระ ดอกเหมย และดอกหอมหมื่นลี้ขึ้นแซมอยู่เป็นระยะ ทั้งยังมีสัตว์จำพวกกบกว่า 10 สปีชีส์ และผีเสื้อกว่า 110 สปีชีส์ NCNU บูรณาการความรู้ด้านพลังงานสีเขียว การลดปริมาณขยะ และเทคโนโลยีอัจฉริยะรูปแบบต่างๆ ในหลักสูตรการสอน ทำให้ได้รับการจัดอันดับเป็น “มหาวิทยาลัยสีเขียว” อันดับ 3 ของไต้หวัน และอันดับ 51 ของโลก

s

ซากุระบาน

NCNU มีซากุระสายพันธุ์ไต้หวันถึง 700 ต้น และซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่นกว่า 300 ต้น ทุกปีในช่วงเดือนก.พ. ถึงมี.ค. ซึ่งเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิที่อากาศยังเจือด้วยไอหนาว มวลบุปผาสีแดงชาด ชมพูเรื่อ และขาวนวลเหล่านี้จะเริ่มผลิบาน ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้เดินทางมาชมดอกไม้ และร่วมกิจกรรมชงชาที่ NCNU จัดร่วมกับชุมชน สัมผัสความงดงามที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน

s

ความร่วมมือระดับนานาชาติ

NCNU เป็นมหาวิทยาลัยพี่-น้องกับสถาบันการศึกษา 102 แห่งจากทั่วโลกและ 44 แห่งจากประเทศจีน แต่ละปีมีนักศึกษาจากต่างแดนจำนวนเกือบ 800 คนเดินทางมาศึกษาต่อที่นี่ นอกจากนี้ NCNU ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาในประเทศได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนและเรียนรู้งานหลากหลายสาขาในต่างประเทศ และใช้ประโยชน์จากหลักสูตรด้านภาษาที่มีจำนวนถึง 160 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรสร้างบุคลากรสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สมบูรณ์รอบด้าน เป็นแพลตฟอร์มและสะพานเชื่อมที่ดีที่สุดสำหรับความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในและนอกประเทศกับภาคธุรกิจของไต้หวัน

s

บ้านเกิดคือรากฐาน

NCNU ใช้โครงการการเรียนการสอนบูรณาการร่วมกับทรัพยากรในพื้นที่ เกื้อหนุนการปกครองท้องถิ่นเพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างสรรค์วัฒนธรรม ช่วยเหลือเยาวชนและผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมการศึกษาแก่ชนเผ่าพื้นเมือง ดูแลผู้สูงวัย และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย

s

การศึกษาระดับสูง

NCNU ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อผลักดันการศึกษาระดับสูงในไต้หวัน ทั้งยังได้รับรางวัล Best Practice Award จากกระทรวงศึกษาฯ ในปี 2018 ในสาขา “แผนปฏิบัติการทางสังคมในมหาวิทยาลัย” โดยเป้าหมายในระยะ 5 ปีคือมุ่งเน้นนวัตกรรมการเรียนการสอน สร้างเสริมเอกลักษณ์ของสถาบัน ยกระดับให้มวลชนเข้าถึงการศึกษาระดับสูง เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และระบบบริหารจัดการที่ยั่งยืน

s

ก้าวล้ำด้านการศึกษา

นักศึกษาของ NCNU มีอัตราได้รับจ้างงานเป็นอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยรัฐทั้งหมดของไต้หวัน มีศักยภาพการหางานเป็นอันดับ 7 ของไต้หวัน และเงินเดือนเฉลี่ยของนักศึกษาจบใหม่สูงถึง 30,000 ดอลลาร์ไต้หวัน ด้วยระบบแนะแนวด้านอาชีพที่สมบูรณ์รอบด้านของ NCNU ในแต่ละปีมีนักศึกษาเฉลี่ย 206 คนที่ผ่านการสอบข้าราชการและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จำนวนบทความของอาจารย์ NCNU ที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติและโครงการวิจัยของสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติไต้หวัน รวมถึงตัวชี้วัดอื่นๆ เป็นอันดับ 9 ของไต้หวัน ความสามารถด้านวิชาการสาขาสังคมศาสตร์เป็นอันดับ 6 ของไต้หวัน

s

การศึกษาไร้พรมแดน

NCNU ผลักดันให้คณาจารย์และนักศึกษาก้าวออกนอกกรอบ สร้างพื้นที่การเรียนรู้อื่นนอกเหนือจากในมหาวิทยาลัย อาศัยหลักสูตรการเรียนรู้ด้วยการบริการ กระตุ้นให้นักเรียนทำความรู้จักกับชุมชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการผนึกกำลังร่วมกับคณาจารย์ หน่วยงานรัฐและเอกชนภายนอกโรงเรียน และศูนย์ทรัพยากรด้านการวิจัย ขยายพื้นที่การแลกเปลี่ยนความรู้ในหลากหลายมิติ เพื่อสร้างเมืองมหาวิทยาลัยไร้พรมแดน ที่การเรียนรู้มิได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วมหาวิทยาลัย

s

บูรณาการมนุษยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

NCNU สร้างนวัตกรรมการศึกษารูปแบบใหม่ด้วยการผลักดันหลักสูตรที่บูรณาการมนุษยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ส่งเสริมแนวทางการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทันสมัย อาทิ การใช้เสาไฟ LED รุ่นใหม่ที่วิจัยร่วมกับเกษตรกรหน่อไม้ในเมืองปู้หลี่ หนานโถว เพื่อทดแทนหลอดโซเดียมความดันสูงที่สร้างมลพิษทางแสงต่อสิ่งแวดล้อมและสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดมลพิษทางแสงและช่วยประหยัดพลังงาน

s

เสริมพลังชุมชน

หลักสูตรนวัตกรรมชุมชนของ NCNU พัฒนาแนวทางและวิธีการเรียนการสอนเพื่อสร้างบุคลากรและนวัตกรรมพัฒนาชุมชน ปลูกฝังความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นและความรู้เฉพาะทาง เพื่อช่วยพัฒนาการเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรมภาคบริการและท่องเที่ยว

s

ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม

NCNU ร่วมแก้ปัญหามลพิษทางอากาศทางตอนกลางของไต้หวัน โดยติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของทีมวิจัย NCNU ตามจุดต่างๆ 200 กว่าจุดทั่วพื้นที่ตอนกลางของไต้หวัน ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบได้ตลอดเวลา ทั้งยังร่วมมือกับเทศมณฑลและเมืองในพื้นที่โดยรอบ จัดตั้งกลุ่มจิตอาสาเพื่อรณรงค์ด้านคุณภาพอากาศ

s

ห่วงใยชนเผ่าพื้นเมือง

NCNU ศึกษาวิจัยชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และผลักดันแผนการดูแลผู้สูงวัยและฟื้นฟูวัฒนธรรมชนเผ่า ดึงทรัพยากรในพื้นที่มาใช้แก้ปัญหาของส่วนรวม และวางแผนเพื่อพัฒนาชนเผ่าต่อไปในอนาคต

s

กีฬาเปี่ยมเอกลักษณ์

NCNU อาศัยจุดเด่นด้านพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ทะเลสาบสุริยันจันทรา รวมถึงทรัพยากรบุคคลในท้องที่ เพื่อพัฒนากิจกรรมการแข่งขันพายเรือ ยิงธนู กอล์ฟ ลีลาศสากล และกีฬาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวประเภทต่างๆ เสริมสร้างความนิยมในการเล่นกีฬาในหมู่นักศึกษา ทั้งยังคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการ

s